ศิลปะไทยอยู่ในช่วงการปรับตัวระหว่างรูปแบบตามประเพณีนิยมกับศิลปะทางตะวันตกของยุโรป มีการสร้างศิลปะตามแบบประเพณีนิยมอยู่บ้าง  แต่ไม่มากเท่าตอนต้นสมัยรัตนโกสินทร์ยิ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ศิลปะแบบตะวัน ตกเริ่มฝังรากลึกลงในสังคมและวัฒนธรรมไทยผลักดันให้เกิดการพัฒนาแนวความคิดและวิธีการแสดงรูปแบบทางศิลปกรรมทุกด้าน

          สถาปัตยกรรม  :  เปลี่ยนแปลงไปมากในสมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มด้วยราช  สำนักหันความนิยมไปสู่รูปแบบศิลปะฝ่ายตะวันตกแทนรูปแบบศิลปะของจีนกระบวนการช่างศิลปะอย่างยุโรปได้แพร่หลายออกไปสู่วัด และวังเจ้านายใน  ท้องที่ต่างๆรอบกรุง ตลอดจนต่างจังหวัด เช่นการสร้างพระราชวังสราญรมย์ เป็นตึกแบบตะวันตก พระนครคีรี จ.เพชรบุรี เป็นการเอาแบบอย่างการสร้าง  บ้านบนเขาในต่างประเทศ

 

หลังฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี พ..2425 การบริหารประเทศส่วน     ใหญ่ก้าวเข้าสู่ภาวะของการรับอารยธรรมตะวันตกอย่างเต็มที่ รัชกาลที่5 และ 6 ทรงพัฒนาประเทศด้านสาธารณประโยชน์ของสังคมทางวัตถุเป็นหลักใหญ่เพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้าทันอารยประเทศ สถาปัตยกรรมที่สำคัญจึงได้แก่                  พระราชวังบางปะอินซึ่งสร้างเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายส์ พระราชวังสวนดุสิต พระที่นั่งอนันตสมาคม วัดนิเวศธรรมประวัติเป็นศิลปะกอทิกของยุโรป พระราชวังพญาไท และพระราชวังสนามจันทร์ เป็นคฤหาสน์งดงามเหมือนบ้านคหบดีหรือขุนนางในอังกฤษ  ค่านิยมตะวันตกมีมากขึ้น การแสวงหาเอกลักษณ์ใหม่ด้านสถาปัตยกรรมไทยก็เกิดขึ้น เช่น การสร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม  ภายในโบสถ์เป็นศิลปะกอทิกของยุโรปวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ออกแบบขึ้นใหม่ตามหลักเกณฑ์ ศิลปะไทย แต่ใช้วัสดุต่างประเทศคือ หินอ่อนจากประเทศอิตาลี รวมทั้งพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งองค์พระที่นั่ง  เป็นสถาปัตยกรรมยุโรปแต่หลังคาสร้างเป็นยอดปราสาทแบบไทย

อย่างไรก็ตาม ยังมีสถาปัตยกรรมที่เป็นศิลปะแบบไทยแท้ คือพระที่นั่ง  ไอสวรรย์ทิพยอาสน์ กลางสระน้ำที่พระราชวังบางปะอินและหอประชุมโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย มีรูปทรงคล้ายกับวัด หลังคาหน้าจั่ว ช่อฟ้า ล้วนสร้างตามแบบศิลปะไทยเพียงแต่ดัดแปลงสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น

 

             
ประติมากรรม  :  มีการปั้นพระพุทธรูปให้เหมือนมนุษย์ยิ่งขึ้น คือ พระศรีศากยะทศพลญาณเป็นพระพุทธรูปปางลีลาแบบสุโขทัย ส่วนงานประติมากรรมอื่น      ๆ มักเป็นงานจำหลักหินอ่อนหรือหล่อสำริดส่งมาจากยุโรป ถือเป็นการเริ่มรับแบบอย่างการปั้นภาพเหมือนและอนุสาวรีย์จากตะวันตกเช่น พระบรมรูปทรงม้า รูปปั้นสนัขย่าเหล นอกจากนี้ยังมีงานประติมากรรมภาพปั้นนูนสูงประดับสะพานข้ามคลอง  ประติกรรมภาพเหมือนที่ใช้ตกแต่งอาคารสถานที่

จิตรกรรม :  นำวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกในการสร้างภาพมนุษย์ที่เน้นความเหมือนจริงมาผนวกกับวิทยาการของไทยที่เขียนภาพแบบอุดมคติซึ่งให้เห็นในจิตรกรรมฝาผนังของ ขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกสมัยรัชกาลที่ 4ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เริ่มต้นงานจิตรกรรมไทยสมัยใหม่

นาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์  : กลุ่มชาวไทยมุสลิมที่ถูกกวาดต้อนมาจากภาคใต้ ได้นำธรรมเนียมการสวดขับบูชาพระผู้เป็นเจ้า มีกลองรำมะนาตีเป็นจังหวะประกอบต่อมาการสวดเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไปเป็นเพื่อความบันเทิงผู้ชายมักนั่งล้อมวงกันตีกลอง รำมะนาประกอบการสวดขับเพลงมลายูประชันกันครึกครื้นเรียกว่า ดจิเก ในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มมีคำร้องเป็นภาษาไทยจึงมีการพลิกแพลงและพัฒนามาเป็น ลิเก

    แนวคิดและวิถีชีวิตคนตะวันตกได้แพร่หลายเข้ามาในไทยมากขึ้นจึงมีการเปลี่ยนแปลง ตัดทอน นาฏศิลป์และดนตรีไทยให้กระชับขึ้นในชั้นแรกเป็นไปเพื่อต้อนรับอาคันตุกะ ต่อมาการดัดแปลงที่นิยมอยู่มากในขณะนั้น เช่นการแสดงดนตรีแบบคอนเสิร์ต ละครพันทาง หรือละครนอกที่เอาศิลปะทางการขับร้องดนตรีและฟ้อนรำมาผสมกันตัวละครนุ่งผ้าโจงกระเบนมีหน้าพาทย์อย่างละครรำ  ละครดึกดำบรรพ์คล้ายละครโอเปรา  จัดแสดงเพื่อต้อนรับแขกเมืองต้องปรับดนตรีปี่พาทย์ขึ้นมาใช้เป็นพิเศษ  ละครร้องแต่งกายธรรมดา ไม่มีการร่ายรำมีแต่การร้องและออกท่าทางตามบท และละครพูดเป็นชายล้วนเล่น

กันไม่มีบทผู้แสดงเจรจากันเองตามท้องเรื่อง

      ละครดังกล่าวล้วนเป็นละครร่วมสมัย และได้รับความนิยมจนทำให้นาฏศิลป์เก่าละครใน ละครนอก ละครชาตรี เสื่อมความนิยมลงไปมากในสมัยรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6จึงทรงตั้งกรมมหรสพขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูนาฏศิลป์ไทยอีกทั้งยังทรงพระราชนิพนธ์บทละครหลายเรื่องและทรงร่วมแสดงด้วยทำให้การละครของไทยรุ่งเรืองมาก แต่เมื่อรัชกาลที่ 6 สวรรคตแล้วทั้งนาฏศิลป์และดนตรีไทยก็กลับซบเซาลงอีก รัฐบาลจึงตั้งโรงเรียนนาฏศิลป์ขึ้นซึ่งต่อมาได้ยกฐานะเป็นวิทยาลัย

 

วรรณกรรม:สมัยรัชกาลที่4หมอบรัดเลย์ผู้เริ่มธุรกิจการพิมพ์ในเมืองไทยได้ซื้อหนังสือเรื่องนิราศลอนดอน ของหม่อนราโชทัยเพื่อไปพิมพ์จำหน่ายนับเป็นการซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมครั้งแรกของไทย

         สมัยรัชกาลที่ 5 เกิดนักวิชาการทางวรรณกรรมมีการใช้นามปากกาในการเขียนวรรณกรรมที่ได้รับความนิยมมาก คือ บทละครพูดและบทละครร้อง ผู้เด่นที่สุดในการประพันธ์บทละคร คือ ประเสริฐอักษร(พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์) นอกจากนี้ยังมีวรรณกรรมภาษาสันสกฤตเกิดขึ้นอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5และ 6 ทั้งประเภทร้อยแก้ว ร้อยกรองเช่นเรื่องศกุนตลา เรื่องหิโตปเทศ

           วรรณกรรมประเภทนวนิยายที่เขียนเป็นร้อยแก้วของไทย โดยการรับเอารูปแบบนวนิยายและเรื่องสั้นเข้ามาเริ่มแรกแปลจากนวนิยายภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่งานแปลที่จำกันได้มากและนิยมว่าเป็นหนังสือแปลดีคือ เรื่องความพยาบาทขอแม่วันซึ่งแปลจาก เวนเดตตา (Vendetta)ถือกันว่าเป็นนวนิยายไทยเล่มแรก แม้ว่าจะเป็นหนังสือแปลก็ตาม

          งานร้อยแก้วที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ สารคดี คือ เรื่องไกลบ้านเป็นสารคดีเที่ยวที่แต่งดีอย่างยิ่งเล่มหนึ่ง พระราชพิธีสิบสองเดือนมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เมื่อการเขียนการอ่านเพิ่มขึ้น จึงมีคนยึดอาชีพขายหนังสือ ตีพิมพ์งานเขียนออกสู่ตลาดเพื่อสนองความต้องการของผู้อ่านอย่างมากมาย

รัชกาลที่ 6 ทรงมีบทบาทมากในการส่งเสริมวรรณกรรมไทยทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีจำนวนมากทั้งที่เป็นร้อยแก้ว ร้อยกรอง และบทละคร และในช่วงกลางสมัยรัชกาลที่6 นักเขียนนวนิยายไทยแต่งเรื่องเองมากขึ้น นวนิยายไทยจึงค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นและเจริญในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อการศึกษาเริ่มขยายไปสู่คนทุกชนชั้น

          นวนิยายและเรื่องสั้นที่ได้รับความมากก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2475มีนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องแรกเรื่องแรกของไทยเรื่องดาบศักดิ์เหล็กน้ำพี้ นวนิยายสะท้อนภาพชีวิตชนชั้นสูง เรื่องความผิดครั้งแรกนวนิยายเชิงชีวประวัติ   เรื่องละครแห่งชีวิต มีความสำคัญในประวัติการประพันธ์ของไทยเป็นครั้งแรกที่มีนักประพันธ์ใช้ตัวละครเป็นสมาชิกในราชสกุลเขียนเรื่องเป็นชีวิตของคนไทยในประเทศในประเทศในประเทศตะวันตกและเสนอความคิดวิพากษ์วิจารณ์สังคมชั้นสูงค่อนข้างรุนแรงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่วรรณกรรมไทยสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงจากระบบสังคมแบบเก่าไปสู่ระบบสังคมแบบใหม่ เช่นข้างหลังเป็นรักสะเทือนอารมณ์ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นความแตกสลายของชนชั้นสูงที่ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ไม่ได้  เรื่องผู้ดีสะท้อนภาพชนชั้นหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ส่วนนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่  ประสบความสำเร็จมากที่สุด คือเรื่องผู้ชนะสิบทิศ

         ช่วงที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯได้ดำเนินนโยบายรัฐนิยม มีลักษณะส่งเสริมคิดชาตินิยม ความรักชาติ โดยเฉพาะงานเขียนประวัติศาสตร์นิยายหรือบทละครอิงประวัติศาสตร์มักจะเขียนในลักษณะยกย่องความยิ่งใหญ่ ความรุ่งเรืองของชาติในอดีตเช่น บทละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องเลือดสุพรรณ เจ้าหญิงแสนหวี พ่อขุนผาเมืองเพลงปลุกใจให้รักชาติที่แต่งประกอบในบทละครเช่นเพลงเลือดสุพรรณ เพลงต้นตระกูลไทย

            หลังสงครามมหาเอเชียบูรพาวรรณกรรมเป็นแนวเริงรมย์แนวพาฝันได้รับความนิยมสูงสุดเพราะช่วยให้ผู้อ่านลืมสภาพทุกข์ยากในชีวิตจริงไปอยู่ในโลกจินตนาการขณะเดียวกันนักเขียนเสรีภาพมากขึ้นจึงเกิดวรรณกรรมแบบก้าวหน้าหรือวรรณกรรมแนวสังคมการเมืองขึ้นมากมายยุคเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์นักเขียนถูกปิดกั้นเสรีภาพทางความคิดวรรณกรรมก้าวหน้าหยุดเผยแพร่จนถึงสมัยของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังเหตุการณ์14 ตุลาคม2516งานของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งสะท้อนถึงความทุกข์ยากลำเค็ญของชาวไร่ชาวยาและกรรมกรซึ่งเรียกว่าวรรณกรรมเพื่อชีวิตได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเมื่อเกิดเหตุการณ์นองเลือด6ตุลาคม2519รัฐบาลกวดขันเข้มงวดหนังสือที่อยู่ในข่ายสนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์สำนักพิมพ์จึงไม่กล้าจัดพิมพ์วรรณกรรมเพื่อชีวิตประกอบกับวรรณกรรมแนวนี้เริ่มเสื่อมลงวรรณกรรมไทยระยะต่อมาจึงเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสังคมอย่างกว้างขวางมากขึ้นปัจจุบันวรรณกรรมมีการนำเสนอรูปแบบใหม่ทั้งด้านรูปแบบและเนื้อหาที่หลากหลายเน้นการแสดงออกทางความคิดในแง่มุมต่างๆและสะท้อนให้เห็นภาพสังคม การเมือง เศรษฐกิจวิถีการดำเนินชีวิตของคนในยุคสมัยปัจจุบันวรรณกรรมบางประเภทก็มีจำนวนผู้อ่านขยายตัวมากขึ้นเช่นวรรณกรรมประเภทหนังสือพิมพ์และสารคดีซึ่งเป็นไปตามสังคมที่มีการขยายตัวทางด้านการ   ศึกษาและชนชั้นกลางที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

edit @ 18 Jan 2009 15:19:38 by KonG

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ขอบคุณนะค่ะconfused smile

#1 By ออม (125.26.189.118) on 2010-05-22 21:43

หาตั้งนานค่ะ
ขอบคุณจิงๆbig smile

#2 By ออม (125.26.189.118) on 2010-05-22 21:43

ขอบคุณมากๆครับที่ให้ความรู้ดีๆมา

#3 By Arztiar on 2010-06-05 14:39

ขอบคุณมากๆครับที่ให้ความรู้ดีๆมา

#4 By Arztiar on 2010-06-05 14:39

หางานมาคับ

อยากได้มากกว่านี้อะ

แต่แค่นี้คงได้ประมาณ20+คะแนนละ



ขอบคุนคับ

#5 By nut (61.90.79.8) on 2010-06-26 10:51

ไม่ไช่ที่หาเลย อีดอก

#6 By 1263 (124.120.211.198) on 2010-06-27 12:32

โง่confused smile confused smile confused smile

#7 By สาว (118.173.207.145) on 2010-07-03 14:57

กว่าจะหาเจอ

แต่..ข้อมูลน่าจาเยอะกว่านี้นะคะ

ขอบคุณคร่าbig smile open-mounthed smile

#8 By ป.เปิ้ล^^ (1.47.187.114) on 2010-08-27 10:44

#9 By เเคน (115.67.55.96) on 2010-09-07 19:37

wink double wink

#10 By เเคน (115.67.55.96) on 2010-09-07 19:37


''''''''''pหาไม่เจอค่ะ ไม่ชอบคนพิมพ์เลย เบอร์แนนนะ โทรมาได้ทุกวันเลยค่ะ 0805136509 อย่าลืมโทรมานะค่ะ ใครโทรมาจะขอเป็นแฟนให้หมดเลย บายบายbig smile open-mounthed smile question question question question question question

#11 By แนน ป6/5 ร.ร.ปรียาโชติ (118.172.182.253) on 2010-09-14 18:36

#12 By แนน ป6/5 ร.ร.ปรียาโชติ (118.172.182.253) on 2010-09-14 18:38

อือ

#13 By (119.31.32.78) on 2010-09-19 08:29

หาไจอ

#14 By (119.31.32.78) on 2010-09-19 08:30

ha mai hen jer lery
hey bear jang

#15 By kok (118.175.15.242) on 2010-10-28 12:24

ขอบคุณมากๆค่ะbig smile

#16 By รัก อ๊อฟ (112.142.161.233) on 2010-11-17 18:07

ควรใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง

#17 By โบ๊ท (182.93.138.28) on 2010-11-26 11:07

คงเข้าใจกันนะครับ

#18 By โบ๊ท (182.93.138.28) on 2010-11-26 11:10

ยากได้เบอร์ครบ ขอจริงจริงนะครับ

#19 By โบ๊ท (182.93.138.28) on 2010-11-26 11:13

อยากได้เบอร์ครับ ขอจริงจริงนะครับ โบ๊ท

#20 By โบ๊ท (182.93.138.28) on 2010-11-26 11:16

อยากให้ทุกคนมีความคิดดีดี

#21 By โบ๊ท (182.93.138.28) on 2010-11-26 11:22

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครัย

ได้ประโยชน์มากเลย ทำรายงานพอดีเลย

#22 By อรรถ (119.31.121.84) on 2010-12-11 21:09

ขอบคุณค่ะ

#23 By Aim (110.169.207.210) on 2010-12-16 20:44

เนื้อหาน้อยมากเลยคะแต่ก็จับใจความได้ดีค่ะขอบคุณมากๆเลยนะค่ะ

#24 By กี้ (119.31.126.66) on 2011-02-06 19:13

ขอบคุนค่ะ !sad smile

#25 By DREAM (182.52.35.111) on 2011-02-16 19:24

question cry big smile surprised smile

#26 By 123456 (1.46.67.162) on 2011-06-21 20:02

question surprised smile cry double wink big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue embarrassed wink

#27 By biw (1.46.67.162) on 2011-06-21 20:10

ได้เลย big smile big smile big smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#28 By นัด (180.183.167.163) on 2011-08-20 17:08

ความรู้ทั้งนั้นquestion

#29 By แสบ (182.232.41.98) on 2011-11-22 18:46

เนื้อหามันน้อยไปหน่อย มั้ย ครับ
อยากได้เยอะกว่านี้ อิก อ่ะ

#30 By Hacks (58.11.128.157) on 2012-01-12 18:20

confused smile

#31 By เมฆ (49.230.32.14) on 2012-01-17 19:13

ได้ความรู้มากเลยค่ะsurprised smile double wink double wink wink confused smile open-mounthed smile big smile

#32 By เป้า (49.230.32.14) on 2012-01-17 19:21

good but have moreconfused smile embarrassed

#33 By 123 (27.130.158.222) on 2012-01-17 20:04

ขอบคุณมากคับ ผมก็ได้ความรู้มากเหมื่อนกับคนอื่น คับ

#34 By บอล (223.204.31.124) on 2012-02-12 08:45

ดีมากsad smile

#35 By b (192.168.20.129, 122.154.94.14) on 2012-02-13 12:48

ไม่มีร.8 หรอ แงๆๆๆๆๆ

#36 By peem (103.7.57.18|58.8.12.98) on 2012-06-18 13:50

drg;lkaerlgm'ae4g

#37 By ดเหกะเผกดวเส (101.109.240.19) on 2013-08-27 11:40